โปรแกรมป้องกันไวรัส
โปรแกรมป้องกันไวรัสมี 2 แบบใหญ่ๆ
- แอนติไวรัส เป็นโปรแกรมโปรแกรมป้องกันไวรัสทั่วๆไป จะค้นหาและทำลายไวรัสในคอมพิวเตอร์ของเรา
- แอนติสปายแวร์ เป็นโปรแกรมป้องกันการโจรกรรมข้อมูล จากไวรัสสปายแวร์ และจากแฮ็คเกอร์ รวมถึงการกำจัด Adware ซึ่งเป็นป๊อปอัพโฆษณาอีกด้วย
โปรแกรมป้องกันไวรัสจะค้นหาและทำลายไวรัสที่ไฟล์โดยตรง แต่ในทุกๆวันจะมีไวรัสชนิดใหม่เกิดขึ้นมาเสมอ ทำให้เราต้องอัปเดตโปรแกรมป้องกันไวรัสตลอดเวลาเพื่อให้คอมพิวเตอร์ของเราปลอดภัย โดยแอนติไวรัสจะมีหลายรูปแบบตามบริษัทกันไปและแต่ละบริษัทจะมีการอัปเดตและการป้องกันไม่เหมือนกัน แต่ในคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวไม่ควรมีแอนติไวรัส 2 โปรแกรมเพราะจะทำให้โปรแกรมขัดแย้งกันเองจนไม่สามารถใช้งานได้
การป้องกันไวรัสด้วยตัวเอง
สำหรับบทความนี้จะรวบรวมวิธีการป้องกันคอมพิวเตอร์ให้ปลอดภัยจากภัยคุกคามไวรัสและมัลแวร์ต่างๆ
1. ทำการอัพเดทแพตช์ระบบวินโดวส์และโปรแกรมแอพพลิเคชันอย่างสม่ำเสมอ สำหรับผลิตภัณฑ์ของไมโครซอฟท์สามารถทำการอัพเดทผ่านอินเทอร์เน็ตได้จากเว็บไซต์ http://update.microsoft.com/microsoftupdate สำหรับผลิตภัณฑ์ของบริษัทอื่นๆ ติดตามข่าวการอัพเดทเพื่อปิดช่องโหว่ความปลอดถัยได้จากเว็บไซต์ของเจาของผลิตภัณฑ์นั้นๆ
2. ติดตั้งโปรแกรม Anti Virus ซึ่งมีให้เลือกใช้งานหลากโปรแกรมหลายยี่ห้อ ทั้งโปรแกรม Anti Virus เชิงพานิชย์และแบบฟรีแวร์ จะใช้โปรแกรมใดยี่ห้อใดก็แล้วแต่ความชอบส่วนบุคคล แต่ที่สำคัญต้องทำการอัพเดทไวรัสซิกเนเจอร์อย่างสม่ำเสมอ (แนะนำให้ทำการอัพเดททุกวันถ้าทำได้) สำหรับวิธีการอัพเดทไวรัสซิกเนเจอร์นั้น จะมีขั้นตอนการคอนฟิกแตกต่างกันไปตามแต่ละโปรแกรม ดังนั้นให้ ศึกษาได้จากคู่มือของโปรแกรมที่ท่านใช้งานให้เข้าใจ และหลังจากทำการคอนฟิกเสร็จแล้วให้ตรวจสอบให้แน่ใจว่าการอัพเดทประสบความสำเร็จ นอกจากนี้โปรแกรมป้องกันไวรัสบางยี่ห้อยังมีบริการให้ดาวน์โหลดไวรัสซิกเนเจอร์เพื่อนำไปทำการอัพเดทแบบแมนนวลอีกด้วย
3. ติดตั้งใช้งานโปรแกรม Personal Firewall หรือ Windows Firewall ในกรณีผู้ใช้ Windows XP หรือ Vista โดยโปรแกรม Firewall จะทำหน้าที่ป้องกันคอมพิวเตอร์จากการบุกรุกของไวรัส มัลแวร์และแฮกเกอร์ ในกรณีผู้ใช้ Windows XP หรือ Vista แนะนำให้คอนฟิก Windows Firewall ให้เริ่มทำงานโดยอัตโนมัติพร้อมกับระบบวินโดวส์ สำหรับโปรแกรม Personal Firewall นั้น มีให้เลือกใช้ทั้งแบบโปรแกรมเชิงพานิชย์และแบบฟรีแวร์
4. ติดตั้งโปรแกรม Anti Spyware เช่นเดียวกับโปรแกรม Anti Virus และ Personal Firewall คือ มีให้เลือกใช้งานหลากโปรแกรมหลายยี่ห้อ ทั้งโปรแกรมเชิงพานิชย์และแบบฟรีแวร์ และที่สำคัญคือต้องทำการอัพเดทสปายแวร์ซิกเนเจอร์อย่างสม่ำเสมอ
5. ในการใช้งานทั่วไป เช่น การพิมพ์งาน การท่องอินเทอร์เน็ต แชต ดูหนังฟังเพลง แนะนำให้เข้าใช้งานวินโดวส์ด้วยแอคเคาท์ธรรมดา คือ Limited user สำหรับ Windows XP และ Standard user สำหรับ Windows Vista
6. สำหรับผู้ใช้ Windows Vista ให้เปิดใช้งาน User Account Control (UAC) ถึงแม้ว่าผู้ใช้บางท่านจะไม่ค่อยชอบการทำงานของ UAC มากนัก เนื่องจากมันจะแจ้งเตือนบ่อยจนน่ารำคาญ แต่ UAC ก็สามารถเพิ่มความปลอดภัยให้การระบบ เนื่องจากมันจะทำหน้าที่ตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงระบบและแจ้งให้ผู้ใช้เป็นคนตัดสินใจว่าจะอนุญาตให้ทำการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวหรือไม่
7. ไม่ติดตั้งโปรแกรมที่ดาวน์โหลดมาจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ เช่น โปรแกรมที่ดาวน์โหลดมาจากเว็บไซต์ที่ให้ดาวน์โหลดโปรแกรมละเมิดลิขสิทธิ์ (แนะนำว่าไม่ควรดาวน์โหลดโปรแกรมจากเว็บไซต์ประเทนี้) โปรแกรมที่ดาวน์โหลดมาจาก BitTorrent (เฉพาะบางไซต์ครับ) เป็นต้น เนื่องจากส่วนมากแล้วโปรแกรมที่ดาวน์โหลดมากจากเว็บไซต์ที่ยกตัวอย่างมานั้นจะมีมัลแวร์แอบแฝงมาด้วย
8. ไม่ควรเปิดอ่านอีเมลและไฟล์ที่แนบมากับอีเมลที่มาจากแหล่งที่ไม่รู้จักหรือไม่น่าเชื่อถือ (แนะนำให้ทำการลบอีเมลลักษณะนี้ทิ้ง) และถ้าจำเป็นต้องเปิดไฟล์ที่แนบมากับอีเมลให้ทำการสแกนไฟล์ด้วยโปรแกรม Anti Virus ก่อนเปิดทุกครั้ง
9. ปิดการใช้งานฟังก์ชัน Autoplay เพื่อป้องกันไม่ให้ไวรัสที่แพร่ระบาดผ่านทางสื่อเก็บข้อมูลแบบพกพาใช้เป็นช่องทางในการรันไฟล์ไวรัสโดยอัตโนมัติ
10. ปิดเซอร์วิส Windows Script Host ซึ่งจะช่วยป้องกันไวรัสประเภท VB Script (.vbs) อ่านรายละเอียดวิธีการทำได้ที่ การป้องกันคอมพิวเตอร์จากแฟลชไดร์ฟไวรัส
11. ไม่เข้าเว็บไซต์ที่มีการแอบแฝงโค้ดประสงค์ร้าย โดยข้อนี้อาจจะต้องใช้โปรแกรมหรือฟีเจอร์บางอย่างช่วยในการแยกแยะ ตัวอย่างเช่น โปรแกรม Site Advisor ของ McAfee เป็นต้น
*ถ้าเราปฏบัติตามข้อดังกล่าวนี้ รับรองว่าเครื่องคอมพิมเตอร์ของคุณจะสะอาดและปลอดจากเจ้าไวรัสร้ายเเน่นอน !
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น